ไม่น่าเชื่อ “ชวา” ร้านของเล่นเด็กๆ ล้างหนี้ 10 ล้าน ใน 1 ปี!

/// ฮอต! ตามไปดู… รีวิวของเล่นสุดฮิต สกุชชี่ สไล์ม ที่กำลังเป็น ที่นิยมตอนนี้กันก่อน ///

ขโมยเล่นสกุชชี่สุดหวง EP2 จบแล้วนะค่ะ พี่ฟิล์ม น้องฟิวส์ Happy Channel

พี่ฟิล์มหวงสกุชชี่น้องฟิวส์มาก อยากเล่นต้องขโมย อิอิอิ
มาดูกันว่าพี่ฟิล์มจะโมโหมั้ย ^^

ลิ้งค์ https://www.youtube.com/watch?v=ig5ijN3N_y8

———————————————

เด็กจิ๋วรีวิวสกุชชี่ไส้ไหล [N’Prim W307]

ลิ้งค์ https://www.youtube.com/watch?v=nk3hcRibxKg

———————————————

สกุชชี่ตอนนี้ กำลังมาแรงมากๆ จนไม่น่าเชื่อว่า “ชวา” ร้านของเล่นเด็กๆ ล้างหนี้ 10 ล้าน ใน 1 ปี!

7 ปี ทำ 3 ธุรกิจ และขาดทุนไปเกือบ 10 ล้าน แต่ไม่น่าเชื่อว่า เพียง 1 ปี “ชวา” ร้านของเล่นเด็กๆ จะล้างหนี้ 10 ล้าน ให้กับคุณธัญญ์นภัส ธนอัครเศรษฐ์ (คุณกิ๊บ) นักธุรกิจรุ่นใหม่ ให้สามารถปลดหนี้ 10 ล้านบาท ในเวลาแพียงแค่ปีเดียว

“ชวา” ร้านของเล่นเด็กๆ ล้างหนี้ 10 ล้าน นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่าง ของนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มีวิธีคิดและการทำธุรกิจที่แตกต่างออกไป

"ชวา" ร้านของเล่นเด็ก ล้างหนี้10ล้าน

“ชวา” ร้านของเล่นเด็ก ล้างหนี้10ล้าน ภาพประกอบจาก smartsme.tv

———————————————

สาวจบป.ตรี ล้มละลาย 3 ครั้ง ขายของสำเพ็งปลดหนี้ภายใน 9 เดือน

ชีวิตนักธุรกิจไม่ได้พบเจอความสำเร็จมาได้ง่ายๆ อาจต้องล้มทั้งยืนมาแล้ว เฉกเช่นคุณกิ๊บ สาวจบป.ตรี มุ่งทำธุรกิจล้มเหลวมาแล้ว 3 ครั้ง จนเป็นหนี้กว่า 10 ล้านบาท

แต่สุดท้ายเหลือโต๊ะเพียงตัวเดียว ไปนั่งขายของที่สำเพ็ง กระทั่งจับหลักตลาดได้ พร้อมปลดหนี้ได้ภายในเวลา 9 เดือนเท่านั้น อีกทั้งมี order ต่างประเทศต่อคิวยาว

คุณธัญญ์นภัส ธนอัครเศรษฐ์ (คุณกิ๊บ) จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อปี พ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นคนที่ไม่คิดจะทำงานประจำกินเดือนแม้แต่น้อย ดังนั้นคุณกิ๊บ จึง

คิดที่จะมาทำธุรกิจส่วนตัวเอง หาประสบการณ์ด้วยการไปเป็นเซลล์อยู่ 1 ปี จากนั้นจึงหันมาทำธุรกิจของตนเอง ซึ่งในธุรกิจแรกคือ “รีไซเคิลเม็ดพลาสติกส่งออก”

โดยเปิดเป็นบริษัทส่งออกเม็ดพลาสติกอีกทั้ง ในตอนแรกคิดว่า ที่บ้านทำพวกพลาสติกอยู่บ้างน่าจะพอหาความรู้ได้ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ จนทำให้ต้องหาความรู้ใหม่ทั้งหมด เมื่อทำธุรกิจนี้มา 7 เดือน ถึงเริ่มมีออร์เดอร์แรกเข้ามา ซึ่งที่น่าแปลกใจคือ ลูกค้าเล่นสั่งมา 80 ตัน ( 80,000 กิโล) คิดเป็นเงินราวเกือบ 3 ล้าน (ถ้าขายได้จะได้กำไร 2 แสนบาท) แล้วจะเอาเงินไหนมาซื้อของเข้า ทั้งที่มี L/C(letter of credit )มาแล้วด้วย

ฉะนั้นคุณกิ๊บจึงไปคุยกับเฮียเจ้าของโรงงานเม็ดพลาสติกท่านหนึ่งว่า จะขอเอาของไปก่อน แล้วพอได้เงินมาก็จะนำมาใช้ให้ เพราะได้ L/C มาแล้ว ซึ่งเฮียเขาก็ให้มา จึงทำให้เริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจไปได้สวย แต่กลับล่มเพราะค่าเงินบาทแข็ง

หลังจากมีออร์เดอร์ที่ 5 เข้ามา ก็เจอปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งอย่างจัง จากที่เคยมีกำไร 1 – 3 บาท /กิโล กลับขาดทุน เลยไปขอเฮียเจ้าของโรงงานว่า ให้ช่วยลดราคาให้หน่อย ซึ่งเฮียเขาก็ลงราคาให้ แต่เขาดันลดคุณภาพลงไปด้วย จนทำให้โดนลูกค้าต่างประเทศปรับเงินเกือบล้าน แต่ยังดีที่เฮียเจ้าของโรงงานช่วยออกกันคนละครึ่ง

ส่วนในรอบต่อๆมา ของที่สั่งก็ยังไม่ตรงสเปค เป็นเหตุให้ลูกค้าไม่สั่งของอีกเลยจนต้องเลิกกิจการไป

ด้วยความตั้งใจที่มี คุณกิ๊บจึงเอาบ้านเข้าBank ลงทุนเปิดร้านเสื้อผ้าที่สยาม

การเปิดร้านขายเสื้อผ้าของคุณกิ๊บนั้นไม่มีเงินลงทุนเลย เพราะหมดไปกับธุรกิจแรก เลยต้องไปขอบ้านของคุณแม่แฟน มากู้กับธนาคาร ซึ่งคุณแม่ก็ยินดี เพราะอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ มีธุรกิจเป็นของตัวเองให้ได้ จึงได้กู้เงินมาจำนวน 3.5 ล้านบาท

แต่การเปิดร้านเสื้อผ้าที่สยามนั้นไม่ง่ายเลย เพราะทุกปัญหาพุ่งตรงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งเรื่องค่าเช่าที่สูงมาก โดนโกงจากช่างตัดเย็บหนีหายไม่ส่งงาน พอได้ช่างมาใหม่ก็ตัดเย็บไม่ตรงตามสเป็ค ซึ่งใช้เวลายื้อธุรกิจร้านเสื้อผ้านี้นานกว่า 1 ปี

และท้ายที่สุดก็ปิดตัวลง และมีหนี้สินพ่วงอีก 4 ล้านบาท

เมื่อผ่านอุปสรรคมาแล้วสองคราว คุณกิ๊บ จึงตัดสินใจไปบวชชีพารหมอยู่ 7 วัน เพื่อทำให้จิตใจสงบ แล้วตั้งสตินึกถึง ป๊า กะ ม้า ที่ยังคงทำงานอยู่ทุกวัน ซึ่งถ้าเรายอมแพ้วันนี้ แล้วบ้านแม่แฟนก็ต้องโดนยึดบ้านแน่

ฉะนั้นจึงฮึดสู้อีกครั้ง ด้วยการเปิดโรงงานรีไซเคลพลาสติกเองเลย รวมทั้งไปยืมเงินจากญาติ เพื่อนำมาลงทุนซื้อเครื่องจักรต่างๆ เช่น เครื่องล้างพลาสติก , เครื่องหลอมพลาสติก , เครื่องอัดเม็ดพลาสติก เป็นต้น ทั้งนี้ในความโชคดีคุณกิ๊บยังมีฐานลูกค้าเก่าในต่างประเทศที่ยังคงสั่งสินค้าอยู่

แต่แล้วพอผ่านมา 5 เดือน ก็เจอคู่แข่งจากจีน เข้ามากว้านซื้อพลาสติกเก่าไปหมด โดยการให้ราคาที่รับซื้อสูงกว่า จึงทำให้ไม่มีวัตถุดิบ ไม่มีสินค้าจะส่งออกเป็นอันต้องเลิกกิจการไปเป็นครั้งที่ 3 พร้อมทั้งแบกภาระหนี้สินกว่า 8 ล้านบาท ถ้าคิดรวมกับดอกเบี้ยด้วยก็เกือบ 10 ล้านบาท

ธุรกิจล้มละลายมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่คิดสิ้นหวัง

ทั้งนี้คุณป้าของคุณกิ๊บชวนให้มาขายของที่ตลาดสำเพ็ง โดยจะแบ่งพื้นที่หน้าร้าน ให้ตั้งโต๊ะขายของ และการขายของครั้งนี้ใช้เพียงโต๊ะตัวเล็กๆ กับ สินค้าประเภทเครื่องสำอาง อีกทั้งธุรกิจรายเล็กแบบนี้ จึงต่อสู้รายใหญ่ได้ยาก ฉะนั้นจึงจับกระแสตลาดในช่วงนั้น ที่หลายคนมักชอบกัน โดยเฉพาะสินค้าที่เป็น “เม็ดบีท” ลูกปัดพลาสติกสี ที่สามารถนำมาร้อยเป็นเครื่องประดับต่างๆได้ ทำให้หันมาลองขายเม็ดบีทดูบ้าง กระทั่งมีผลการตอบรับที่ดี รวมทั้งใช้เวลา 5 เดือน

จากการขายแบบโต๊ะตัวเดียว ก็ไปเช่าเป็นร้านขายแทน เมื่อจับหลักตลาดได้แล้ว คุณกิ๊บ ก็เริ่มหาสินค้าใหม่ๆ ที่โดนใจลูกค้า อีกทั้งสินค้าที่ขายดีมากที่สุดตอนนั้นคือ สควิชี่ (Squishy)หรือฟองน้ำที่ทำเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น ขนมปัง,ขนมเค้ก,ตุ๊กตา ซึ่งนับว่ากลุ่มเด็กๆชอบเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ร้านของคุณกิ๊บได้สั่งนำสินค้าเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น และฮ่องกง ที่อาจมีราคาต้นทุนสูงกว่า แต่ก็จะได้คุณภาพที่ดีกว่า แถมยังมีแบบใหม่ๆ ให้เลือกเยอะอีกด้วย

เคล็ดลับการขาย คือ “ได้ใจลูกค้า”

หลักการขายของซึ่งคุณกิ๊บเน้นไปที่สายสัมพันธ์ที่มีต่อลูกค้า ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ไปถึง 50–60 ปี ถ้าหากลูกค้าที่เป็นเด็กๆ มักจะขี้อ้อน อยากได้แบบโน้นอยากได้นี้ ก็เลยตามใจลูกค้า สรรหาสิ่งที่ต้องการมาให้ กระทั่งกลายเป็นนางฟ้าของเด็กๆทันที นอกจากนี้ส่วนลูกค้าคนไทยที่ต้องการซื้อสินค้าไปขาย คุณกิ๊บก็จะคอยแนะนำ เปรียบเสมือนเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจด้วย

ปลดหนี้ 10 ล้าน ภายใน 9 เดือน

จากการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมวางตัวเป็น “เพื่อน และ พี่” เป็นมากกว่าคนซื้อ-ขายทั่วไป ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น รวมไปถึงยอดขายก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นถ้าวันไหนที่ขายดีมาก ก็จะทำยอดขายได้ถึง 200,000 บาท/วัน อีกทั้งยังมี order จากประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว , เวียดนาม , มาเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณกิ๊บปลดหนี้ 10 ล้านบาท ได้ภายในเวลา 9 เดือน

ทั้งนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การทำตลาด,การประชาสัมพันธ์ร้านของตนเอง โดยใช้ชื่อร้านว่า “ชวา” ส่วนมากจะมีการบอกแบบปากต่อปากมากกว่า โดยเฉพาะในหมู่เด็กๆ ซึ่งบ้างคนก็ทำรีวิวสินค้าให้บนยูทูปบ้าง ซื้อสินค้าไปแล้ว ก็โพสต์ให้ว่าซื้อมาจากไหนดีอย่างไร ถึงขั้นทำวิดีโอแนะนำการเดินทางไปร้านชวา โพสต์บน youtube เลยทีเดียว จนกลายเป็นว่า การประชาสัมพันธ์นั้นคุณกิ๊บไม่ต้องลงมือทำเลย

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ชีวิตคุณกิ๊บได้ต่อสู้ปัญหาต่าง ๆ มาจนถึงจุดแห่งความสำเร็จได้ ด้วยก้าวที่มั่นคง และมีความหวังนั่นเอง

ที่มา : smart sme

———————————————

คัมภีร์วิถีรวย : เปิดคัมภีร์ธุรกิจร้านกิ๊ฟชอปและอุปกรณ์ D.I.Y (พฤหัสฯ 25 มิ.ย.58) MCOT HD ช่อง 30

เปิดคัมภีร์ธุรกิจร้านกิ๊ฟชอปและอุปกรณ์ D.I.Y กับ ธัญญ์นภัส ธนอัครเศรษฐ์ (เจ้าของร้านชวา).- 25.06.2015

ล้ิ้งค์ https://www.youtube.com/watch?v=Teehx6x6o9M

———————————————

รีวิว พาไปซื้อ “สกุชชี่” ร้านชวา สำเพ็ง มีพ่วงร้านอื่นให้ด้วยค่ะ

ลิ้งค์ https://www.youtube.com/watch?v=_iyl-oS3Pqg

———————————————

ร้านชวา สำเพ็ง
ขายปลีก-ส่งสินค้าแฟชั่นและกิ๊ฟช็อปน่ารักๆทุกชนิด
โทรศัพท์ : 085 336 6212
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/chawasampeng

———————————————

3 thoughts on “ไม่น่าเชื่อ “ชวา” ร้านของเล่นเด็กๆ ล้างหนี้ 10 ล้าน ใน 1 ปี!

  1. “ชวา” ร้านของเล่นเด็กๆ ล้างหนี้10ล้าน
    โดย…เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร“ชวา” ร้านขายของเล่นเด็กสุดฮิตจากญี่ปุ่น อย่างสควิชี่ (Squishy) หรือที่เด็กๆ เรียก สกุชชี่ รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่ง แบบ D.I.Y. ไม่น่าเชื่อเพียง 1 ปี ธุรกิจนี้จะล้างหนี้ให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่…….
    ที่มา posttoday.com

  2. สควิชี่ ภาพประกอบจาก soclaimon.wordpress.com

    จาก สควิชี่ ถึง เอฟซี
    ในโลกดิจิทัล ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางสังคมแบบใหม่ๆและเกิดเป็นกระแสลุกลามอย่างรวดเร็ว บางครั้งยากที่จะเข้าใจโดยเฉพาะกับคนใน Generation ME หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าGen ME

    คำจำกัดความของคน Gen ME เป็นคำเรียกคนรุ่นใหม่ ที่มองตัวเองเป็นศูนย์กลาง เข้าข่ายหลงตัวเอง คนรุ่นนี้เติบโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย มีวิถีชีวิตแบบแชต แอนด์ แชร์ การสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ให้โดดเด่นและมีอิทธิพลต่อคนอื่นๆ หรือบางครั้งถูกเรียกเป็นเน็ตไอดอลก็มี

    ล่าสุดเกิดปรากฏการณ์ของเด็กวัยประถม อายุ 10-15 ปี โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ประกาศรับสมัครเอฟซี (FC) หรือแฟนคลับทางออนไลน์ พร้อมกับตั้งกฎต่างๆ นานา อาทิ

    เด็กกลุ่มนี้ล้วนใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ เป็นเครื่องมือในการสร้างตัวตน และทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีของเล่นน่ารักๆ ที่เรียกว่า Squishy หรือ สควิชี่บางคนเรียก สกุชชี่ เป็นแรงจูงใจในการสร้างแฟนคลับ

    กิจกรรมหลักของเอฟซีวัยใส มีทั้งการรีวิวสควิชี่ ทั้งที่ได้รับจากแฟนคลับ รวมถึงการสั่งซื้อสควิชี่ผ่านทางออนไลน์ อินสตาแกรม แล้วนำกล่องพัสดุมาแกะเพื่อรีวิวของที่อยู่ข้างใน ไม่น่าเชื่อว่าด้วยกิจกรรมเพียงเท่านี้ จะเรียกกระแสความสนใจจากแฟนคลับได้มากมาย บางคนมีผู้ติดตามหลักพันหลักหมื่นก็มี

    น้องนัท นักเรียนประถมวัย 12 ปี รู้จักสควิชี่จากการเข้าชมยูทูบ ซึ่งโดยปกติจะเข้าชมยูทูบอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะวิธีการทำของเล่นประเภทต่างๆ ที่เป็นกระแสความสนใจของหมู่เพื่อนๆ ในโรงเรียน ตั้งแต่ Loom Bands หรือหนังยางซิลิโคน ที่นำมาถักเป็นกำไลข้อมือจนถึงสไลม์ หรือดินน้ำมันวิทยาศาสตร์ จนมาเจอเข้ากับสควิชี่ ของเล่นนุ่มนิ่มๆ ที่ทำจากฟองน้ำ ส่วนใหญ่เป็นรูปขนมปัง รวมถึงตัวการ์ตูนคิตตี้ หรือริลัคคุมะ

    “ช่วงแรกพยายามทำเล่นเอง แต่สควิชี่ทำยากกว่าสไลม์ หรือลูมแบนด์ จนไปเจอที่สำเพ็งมีขาย ก็ซื้อมาให้เพื่อนบ้าง ขายบ้าง ช่วงหลังขายดีมาก จึงเปิดขายผ่านอินสตาแกรมแต่ไม่รับสมัครเอฟซีนะ” น้องนัท กล่าว

    ส่วนใหญ่เด็กที่มาซื้อสินค้าจากร้านน้องนัท จะเป็นเด็กผู้หญิงวัยประถมเป็นหลัก บางคนจะมาขอแลกของก็มี แต่น้องนัทเน้นขายอย่างเดียว และไม่รับแฟนคลับ

    หลังจากขายมาสักพักเริ่มสั่งซื้อของทางออนไลน์ อย่างเว็บไซต์ อาลีบาบา เพราะแบบสควิชี่ในสำเพ็งจะมีไม่มาก และผู้ที่สะสมสควิชี่จะซื้อของแท้ที่นำเข้ามา เวลาสั่งซื้อสินค้ามาขายจะหมดอย่างรวดเร็ว เพราะเน้นขายถูก เหมือนขายเพื่อน แม้จะทำแบบมือสมัครเล่น แต่สควิชี่ก็สร้างรายได้ให้น้องนัทไม่น้อย

    สำหรับแหล่งซื้อสินค้าหลักๆ ของสควิชี่ ยังคงเป็นสำเพ็ง ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมของทุกสิ่งอย่าง แต่ร้านขายสควิชี่จะมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากจีน มีร้านนำเข้าที่เป็นที่รู้จักของเด็กๆ เช่น ร้านชวา และร้านเปิ้ล กู๊ดดี้ รวมถึงร้าน wowpony ที่เป็นที่รู้จักของเด็กที่เล่นสควิชี่ ซึ่งเปิดร้านอยู่ที่อเวนิวเกษตร

    “พี่ฝน” จันทร์ทิพย์ ศรีเรืองพันธ์ เจ้าของร้าน wowponyที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากกว่า 3 หมื่นราย กล่าวว่าสควิชี่ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงนี้ เพราะเด็กๆ ซื้อสินค้าจากร้านแล้วไปรีวิวลงยูทูบจำนวนมาก ทำให้เกิดกระแสความสนใจอย่างกว้างขวางในหมู่เด็กผู้หญิง และมีเด็กๆ เข้ามาซื้อสินค้าจำนวนมาก บางครั้งลงของ 1-2 วัน ก็หมดแล้ว และทำรายได้หลักแสนต่อเดือน

    และจากกระแสจากยูทูบ ทำให้ร้านมีผู้ติดตามมากขึ้นและเป็นลูกค้าที่เป็นเด็กอเมริกัน ญี่ปุ่น มาเลย์ จีน เวียดนาม ก็มีที่เข้ามาซื้อสินค้าจากร้าน รวมถึงเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดทั้งเชียงใหม่ เชียงราย ปัตตานี

    “ฝนไม่นึกว่าสควิชี่จะได้รับความนิยมมากขนาดนี้ เดิมก็มีกลุ่มที่เล่นอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างชาติที่เก็บสะสม โดยเฉพาะจะซื้อสินค้าของแท้นำเข้า ไม่ว่าแพงแค่ไหนก็ซื้อ”

    สำหรับราคาสควิชี่ ในร้าน wowpony มีตั้งแต่ 40-790 บาท แต่ส่วนใหญ่เด็กๆ จะซื้อในราคาเฉลี่ย 200-450 บาท ที่เด็กนิยมมาที่ร้านนี้เพราะเจ้าของร้านจะอนุญาตให้ถ่ายรูป รวมถึงอนุญาตให้บีบเล่นได้ นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมแจกสควิชี่ทางอินสตาแกรมอยู่เสมอๆ ทำให้เด็กติดตามต่อเนื่อง

    “บางคนจึงมาถ่ายรีวิวบ้าง เราก็ไม่ว่า เพราะเราเข้าใจเด็กๆ อยากซื้อ อยากบีบ เด็กบางคนมาอยู่ในร้านเป็นชั่วโมงๆ ก็มี” ฝน เล่า

    ปัจจุบันร้าน wowpony ขายสินค้าของเล่นและขนมนำเข้าจากญี่ปุ่น อเมริกา โดยสัดส่วนยอดขาย 50% มาจากสควิชี่ อีก 50% เป็นสินค้าอื่นๆ รวมทั้งขนม

    แก๊งเบบี้ ฮิตติดยูทูบ

    อีกหนึ่งกิจกรรมของเด็ก Gen ME ที่น่าสนใจไม่น้อย คือ การทำคลิปลงยูทูบ ซึ่งมีทั้งการแสดงแบบตลกๆ การรีวิวเกม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กนิยมเล่นกัน เช่นต่อเลโก้ ก็ช่วยสร้างแฟนคลับให้ไม่น้อย แต่สำหรับในยูทูบเป้าหมายที่พวกต้องการ คือ ยอดสมาชิก Subscribe ซึ่งการมีผู้ติดตาม ไม่ใช่การสร้างตัวตนให้พวกเขาเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้ให้ด้วย

    “โน้ต” อดิเรก ยาสุปิ ผู้สร้างแก๊งเบบี้ ทาง Hee HaaTV บนยูทูบ ที่เพิ่งฉลองยอด 1 แสน Subscribe ไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เล่าว่า เดิมทีอยากลองฝึกตัดต่อคลิปลงยูทูบ โดยนำเด็กละแวกบ้านมาเต้น หรือแสดงแบบตลกๆปรากฏว่ามียอดวิว หรือยอดชมผ่านยูทูบจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเพลงโซเดมาคอม หรือ กาโว กาโว ที่มียอดวิวมากกว่า 10 ล้านวิว จนมีเจ้าของสินค้ามาลงโฆษณาและสร้างรายได้ให้กับเด็กๆ เหล่านี้หลักหมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่บางคนได้รับเลือกไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้า ไปออกงานโชว์ต่างๆ รวมถึงทำมิวสิกวิดีโอ

    “ยูทูบเป็นช่องทางที่เข้าถึงคนจำนวนมาก ยิ่งหากมีผู้ชมจากต่างประเทศเข้ามาด้วย เจ้าของสินค้าจะมาลงโฆษณามากขึ้น ทำให้เด็กๆ มีรายได้ และส่วนหนึ่งเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา” โน้ต กล่าว

    นี่เป็นส่วนหนึ่งของโลก Gen ME ที่มีกิจกรรมทั้งในเชิงสร้างสรรค์ และอาจจะเข้าใจได้ยาก ที่สำคัญ ครอบครัวและสังคมจะต้องตามกระแสให้ทัน และเรียนรู้ที่อยู่ในโลกใหม่ใบนี้

    อะไรกันนะ … สควิชี่

    สควิชี่ (squishy) เป็นของเล่นที่เด็กๆ ทั่วโลกชื่นชอบจนมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนและสะสมกันอย่างกว้างขวาง ไม่ยกเว้นแม้แต่ในบ้านเรา

    เจ้าของเล่นชิ้นนี้ก็มีลักษณะตามความหมายของชื่อคือ นุ่มนิ่ม มักทำมาจากฟองน้ำคล้ายกับที่นำไปใช้แต่งหน้า นอกจากเป็นของเล่นแล้ว บางครั้งสควิชี่ก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเป็นพวงกุญแจ ที่วางโทรศัพท์มือถือ ที่รองเมาส์ ตุ๊กตาตั้งโชว์ หรืออื่นๆ ได้ด้วย

    เสน่ห์ของสควิชี่คือ ความสวยงามน่ารักของรูปทรงและสีสัน ซึ่งมักจะทำเป็นรูปขนม อาหาร รวมไปถึงคาแรกเตอร์การ์ตูนต่างๆ และเหนืออื่นใดคือ สัมผัส เมื่อใช้มือบีบสควิชี่ชิ้นนั้นจะนุ่ม นิ่ม หยุ่น หรือเมื่อกดลงไปแล้วจะพองตัวกลับมาช้าหรือเร็ว ยิ่งช้า (สโลว์) เท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ชื่นชอบคลั่งไคล้มากขึ้นเท่านั้น

    สควิชี่มีมานานแล้ว แต่ความนิยมเพิ่งจะเพิ่มขึ้นมากในบ้านเราช่วงปีหลังๆ แหล่งช็อปสควิชี่ยอดนิยมในบ้านเราคือ สำเพ็ง แต่บางคนก็เลือกที่จะซื้อหาออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเป็นของผลิตจากประเทศจีนไม่ว่าจะมีแบรนด์หรือไม่

    สำหรับยี่ห้อดังยอดนิยมของสควิชี่เลิฟเวอร์ คือ Breadou ซึ่งเป็นแบรนด์มาจากสิงคโปร์ งานโดดเด่นของค่ายนี้คือ สควิชี่รูปเบเกอรี่ค่ายนี้สร้างสรรค์สควิชี่ออกมาตั้งแต่ปี 2008 จนถึงปัจจุบัน

    นอกจากนี้ ก็มีสควิชี่จากญี่ปุ่น ซึ่งทำของเล่นนิ่มๆ นี้ออกมาเป็นรูปการ์ตูนจากลิขสิทธิ์ของค่ายดัง ไม่ว่าจะ Disney, Sanrio ฯลฯ ซึ่งจะหลากหลายในเรื่องรูปทรงและสีสันมากกว่า นอกจากนั้นแล้ว สควิชี่ยังสามารถทำเองได้แบบไม่ยาก เพียงแค่เปิดคลิปในยูทูบและทำตามได้ง่ายๆ

    ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ : soclaimon.wordpress.com

  3. ป้ายกำกำหน้านี้
    ไม่น่าเชื่อ ล้างหนี้ 10 ล้าน ใน 1 ปี!
    ต้องดู อาชีพทำเงินล้าน ไม่น่าเชื่อ แต่จริง…
    ปลดหนี้ นับสิบล้านได้… ใน 1 ปี!
    #ต้องดู #อาชีพทำเงิน #อาชีพเสริม #รายได้ดี #ธุรกิจทำเงิน #รวย

Leave a Reply