คำคมสร้างแรงบันดาลใจการทำงาน

คำคมเพื่อสร้าง แรงบันดาลใจ ให้แง่คิด และสะท้อนมุมมองของชีวิต!
คำคมบาดใจสุดๆ คำคมชีวิตและคำคมในการทำงาน โดนใจใครหลายคน…
รวม #คำคม และ #ข้อคิดดีๆ เด็ดๆ จาก สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)!

————————————————————————

เวลาของคุณมีจำกัด…

อย่าเสียเวลา ไปอยู่ในชีวิต ของคนอื่น
อย่าไปอยู่ในกฎ เพราะนั่นหมายถึง…
การใช้ชีวิต ในผลลัพธ์ ที่ผู้อื่นคิด!

อย่าให้เสียงของคนอื่น…
มาเอาชนะเสียงภายในตัวคุณ และสิ่งที่สำคัญที่สุด!
จงมีความกล้าพอ ที่จะตามสัญชาติญาณ และใจของคุณ
เพราะมันรู้ อยู่แล้วว่า…

คุณจริงๆแล้ว ต้องการจะ เป็นอะไร…
เรื่องอื่นๆ กลายเป็น เรื่องรองไปโดยสิ้นเชิง..!

————————————————————————

ข้อได้เปรียบผู้เริ่มต้นจากศูนย์

ข้อได้เปรียบผู้เริ่มต้นจากศูนย์ ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

ไม่มีใครอยากจะตายหรอกนะ ไม่มีใครอยากจากโลกนี้ไป
แม้กระทั่งคนที่อยากขึ้นสวรรค์เอง
ก็คงไม่อยากขึ้นสวรรค์ด้วยวิธีนี้เหมือนกัน
แต่ไม่ว่าอย่างไร ‘ความตาย’ ก็คือ
จุดหมายปลายทางที่เราทุกคนมีร่วมกัน

ไม่มีใครหลีกหนีมันได้พ้น ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นล่ะ
เพราะความตาย เปรียบเสมือนกับ สิ่งประดิษฐ์หนึ่งสำหรับชีวิต
เอาไว้ใช้เ พื่อดึงพวกคนรุ่นเก่าๆ ออกไป
และเปิดทางให้รุ่นใหม่ได้เข้ามาแทนที่

และตอนนี้ คนรุ่นใหม่เหล่านั้น ก็คือพวกคุณ
แต่ก็อีกไม่นานนักหรอกนะ
ในที่สุดคุณก็จะแก่ลง และก็จะหายไป จากโลกนี้เช่นเดียวกัน
ขอโทษทีนะ ที่ผมพูดตรงไปหน่อย
แต่ยังไงซะ สิ่งนี้ก็คือ ความจริงอยู่ดีนั่นล่ะ..!

————————————————————————

งานของผม

งานของผม ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

การเป็นชาย ที่รวยที่สุด ในสุสาน
มันไม่ได้สำคัญ อะไรกับผมเลย…
การได้พูด กับตัวเอง ก่อนนอนว่า
เราได้ทำ บางสิ่งที่สุดยอด…
นั่นต่างหาก ที่สำคัญสำหรับผม..!

————————————————————————

“ผมสูญเงินไป 250 ล้านดอลลาร์ ภายใน 1 ปี
มันทำให้ ผมรู้จักตนเองดีขึ้น..!”

————————————————————————

ลองมองไปรอบๆตัว แล้วคุณจะพบว่า…
มีสิ่งต่าง ๆให้คุณทำอยู่เสมอ
และจงพูดคุยกับ ผู้อื่นถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ
แต่อย่าพร่ำสอน หรือคิดว่าตัวเองถูกต้อง หรือหลงตัวเอง
เพราะจะทำให้คนอื่นไม่อยากคุยด้วย
ขณะเดียวกัน คุณต้องไม่กลัว ที่จะทำตนเป็นตัวอย่าง
และใช้โอกาสที่มี บอกเล่าถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ”

————————————————————————

จงเป็นคนที่ มีคุณภาพสูง คนบางคน
ไม่เคยชินกับการ อยู่ในสภาพแวดล้อม
ที่คาดหวังความเป็นเลิศ”

————————————————————————

วิธีเดียว ที่จะทำงานให้ ได้ผลดีเยี่ยม คือ…
คุณต้องรักในสิ่งที่ทำ ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่รักในตอนนี้
จงมองหาไปเรื่อยๆ อย่าด่วนสรุป
เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจ
คุณจะรู้ได้เอง เมื่อเจอสิ่งที่รัก”

————————————————————————

มีคำพูดในพุทธศาสนาว่า…
จิตของผู้เริ่มต้น มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง
ที่ทุกคน ควรจะมีจิตของ ผู้เริ่มต้น”

จงใช้ชีวิต ตามหลักศีลธรรม
พยายามทำให้ เกิดความแตกต่างบนโลกใบนี้
และมีส่วนร่วม ให้เกิดสิ่งที่ดีงามยิ่งขึ้น คุณจะพบว่า
มันจะทำให้ชีวิตของคุณ มีความหมายมากยิ่งขึ้น
แถมยังเป็น ยาแก้ความเบื่อหน่าย ที่ได้ผลดีอีกด้วย”

————————————————————————

สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะ เปลี่ยนโลก

สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะ เปลี่ยนโลก ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

บางคนมองเห็น “สิ่งที่เป็นไปได้” …
บางคนลงมือทำ “ให้มันเป็นไปได้”
สุดอลังการ จากภาพยนตร์ ที่สร้างแรงบันดาลใจแห่งปี…!
– สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะเปลี่ยนโลก –

————————————————————————

นวัตกรรม ไม่ได้มีความเกี่ยวอะไร กับจำนวนเงินที่คุณลงทุน…
ในการวิจัยและพัฒนาแม้แต่น้อย
เพราะตอน Apple เปิดตัว Mac, IBM
ใช้เงินมากกว่า 100 เท่าในการวิจัยและพัฒนา
มันไม่เกี่ยวกับเงิน มันเกี่ยวกับคนที่คุณมี
คุณนำทางพวกเขาอย่างไร และ คุณเข้าใจมันมากแค่ไหน!

ในบางครั้ง เมื่อคุณสร้างนวัตกรรม…
คุณก็สร้างสิ่งที่ผิดพลาด สิ่งที่ดีที่สุดคือ
คุณยอมรับความผิดพลาดนั้น อย่างรวดเร็ว
และพัฒนามัน ในนวัตกรรมอื่นๆของคุณ!

————————————————————————

เงินทองของมีค่า ทัศนคติเงินๆทองๆ …
คนที่มีสุขภาพการเงินที่ดี ก็มักชอบคุยเกี่ยวกับ
การเรื่องเงินๆทองๆ สนใจและกระตือรือล้น
ที่จะไขว่คว้าหาความรู้ เกี่ยวกับการจัดการ
การเงินของตัวเอง….

————————————————————————

คนเราเกิดมา ทำสิ่งผิดพลาด ได้เช่นกัน

คนเราเกิดมา ทำสิ่งผิดพลาด ได้เช่นกัน ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ในโลกนี้ ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาด…
เราเกิดมาบนโลกใบนี้แล้ว ก็ได้ทำสิ่งผิดพลาดเช่นกัน
ไม่งั้นแล้ว เราจะเกิดมาทำไม”

+++ คลิปวีดีโอ สตีฟ จ็อบส์ – youtube.com +++
– สตีฟ จอบส์ เรื่องที่คุณไม่เคยรู้ คลิ๊ก !

– แฟนพันธุ์แท้ สตีฟ จ๊อบส์ Steve Jobs @Apple คลิ๊ก !

จงกระหาย และ ทำตัวโง่ให้ตลอดเวลา…!

นวัตกรรม เป็นสิ่งที่ทำให้…
เกิดความแตกต่าง ระหว่างผู้นำและผู้ตาม”

“คงเป็นความรู้สึก ที่น่าปลาบปลื้มอย่างยิ่ง
ที่เราสามารถสร้างสรรค์ บางสิ่งบางอย่าง
ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ”

– สตีฟ จ็อบส์ อัจฉริยะ ผู้เปลี่ยนโลกไอที –

————————————————————————

5 thoughts on “คำคมสร้างแรงบันดาลใจการทำงาน

  1. +++ คำคมจาก สตีฟ จ็อบส์ ชายผู้เปลี่ยนโฉมวงการไอที +++
    แม้ “สตีฟ จ็อบส์” ผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน และผู้บริหารสูงสุดของบริษัทแอปเปิ้ล จะได้ลาโลกนี้ไปอย่างสงบแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 ตุลาคม) แต่แน่นอนว่าเครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ ที่เขาได้คิดค้นพัฒนาขึ้นในฐานะผลิตภัณฑ์จากบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ล จะยังคงอยู่กับเราและถูกพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด

    ไม่เพียงแต่เจ้าอุปกรณ์เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นมรดกทางความคิดที่เป็นรูปธรรมเท่านั้น คำพูดคำกล่าวหลาย ๆ ครั้งของจ็อบส์ก็นับเป็นวาทะที่คมคาย ให้แง่คิด แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนช่างฝัน และความทะเยอทะยานที่จะสานฝันนั้นให้เป็นจริง สร้างทั้งแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นวาทะที่เขาตั้งใจร่างขึ้นมาพูดโดยเฉพาะ หรือบางวาทะที่เขาตั้งใจกล่าวมันออกมาแบบธรรมดา ๆ ก็ตาม

    วันนี้เราจึงนำคำคมของ สตีฟ จ็อบส์ ที่เว็บไซต์ไวร์ดดอทคอม และ บิสซิเนสอินไซเดอร์ดอทคอม ได้คัดและรวบรวมเอาไว้ มาให้คุณได้อ่าน เพื่อสัมผัสกับตัวตนและความคิดของชายผู้หนึ่งที่มีอิทธิพลต่อโลกไอทีอย่างยิ่งยวดเช่น สตีฟ จ็อบส์ คนนี้..

    +++ ด้านการออกแบบและนวัตกรรมใหม่ ๆ +++
    “ความรู้สึกในใจอย่างหนึ่งมันบอกผมเสมอว่า อยากจะเป็นเจ้าของและควบคุมเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานในทุก ๆ อย่างที่เราทำได้”
    – จาก Business Week Online 12 ตุลาคม 2004

    “การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณลงทุนไปเท่าไรกับการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา ตอนที่แอปเปิ้ลคลอดแมคออกมา ไอบีเอ็มลงทุนไปกับการค้นคว้าวิจัยและพัฒนามากกว่าเดิมตั้งร้อยเท่า แต่มันไม่ใช่เรื่องของตัวเงินหรอก มันเป็นเรื่องของบุคลากรที่คุณมีต่างหาก อยู่ที่ว่าคุณถูกปูทางไว้อย่างไร และคุณทำตามที่วางแผนได้แค่ไหน”
    – จากนิตยสาร Fortune วันที่ 9 พฤศจิกายน 1998

    “มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์สักอย่างมาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย หลาย ๆ ครั้งที่ผู้คนไม่รู้ตัวเองว่าต้องการอะไร จนกระทั่งคุณได้สร้างมันขึ้นมาและสาธิตวิธีการใช้ให้เขาเห็นนั่นแหละ”
    – จาก Business Week วันที่ 25 พฤษภาคม 1998

    “เราบอกว่า ‘ไม่ใช่’ กับสิ่งต่าง ๆ กว่า 1,000 อย่าง เพื่อที่จะมั่นใจว่าเราไม่ได้เสียเวลาหรือกำลังพยายามอยู่กับสิ่งที่มันเข้ากันไม่ได้”
    – จาก Business Week Online วันที่ 12 ตุลาคม 2004

    “นี่คือคาถาอย่างหนึ่งของผมเลยนะ ‘เรียบง่ายและตรงจุด’ อะไรที่เรียบง่ายสร้างได้ยากสิ่งที่ซับซ้อนเป็นไหน ๆ คุณต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะสกัดความคิดออกมาให้ตกผลึกและสะอาดที่สุด แต่มันก็คุ้มค่าเมื่อคุณทำมันได้สำเร็จ เมื่อถึงจุด ๆ นั้น แม้แต่ภูเขาคุณก็สามารถเคลื่อนย้ายมันได้”
    – จาก Business Week วันที่ 25 พฤษภาคม 1998

    +++ เกี่ยวกับบริษัทแอปเปิ้ล +++
    “หนทางที่จะรักษาแอปเปิ้ลเอาไว้ได้ ไม่ใช่การรัดเข็มขัด แต่เป็นการหาทางปรับโฉมใหม่ ให้หลุดออกจากสภาพ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ต่างหาก”
    – จากหนังสือ Apple Confidential 2.0

    “รู้ไหมว่า ผมน่ะมีแผนที่จะช่วยให้แอปเปิ้ลพ้นจาก ภาวะซบเซานี้ไปได้ ผมก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากไปกว่ายืนยันว่า นี่คือผลผลิตที่สมบูรณ์แบบ และเป็นยุทธวิธีที่ดีที่สุดของแอปเปิ้ล แต่ก็คงไม่มีใครสนใจฟังผมหรอก”
    – จากนิตยสาร Fortune 18 กันยายน 1995

    “ถ้าผมยังทำงานอยู่ที่แอปเปิ้ล ผมจะดูแล Macintosh ให้สมกับที่มันควรคู่ แล้วก็จะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป สงครามของคอมพิวเตอร์พีซีมันสิ้นสุดแล้ว จบลงอย่างเด็ดขาด และ Microsoft ก็ชนะไปนานแล้วด้วย”
    – จากนิตยสาร Fortune 19 กุมภาพันธ์ 1996

    “มันไม่ได้เกี่ยวกับว่า Microsoft นั้นสุดจะวิเศษ หรือว่าเก่งเรื่องการลอกเลียนหรอก แต่มันเป็นเพราะ Mac หยุดอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไปตั้ง 10 ปีต่างหาก นี่คือปัญหาของแอปเปิ้ลล่ะ”
    – จากหนังสือ Apple Confidential 2.0

    +++ เกี่ยวกับการเรียนรู้และการทำงาน +++
    “มันดีกว่านะที่จะได้เป็นโจรสลัด แทนที่จะต้อง อยู่พวกเดียวกับทหารเรือน่ะ”
    – จากหนังสือ Odyssey: Pepsi to Apple

    “การได้ชื่อว่าเป็นผู้จากไปที่ร่ำรวยที่สุด ในบรรดาหลุมศพทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผม การได้รู้สึกกับตัวเองก่อนเข้านอนว่า วันนี้เราได้ทำสิ่งที่แสนมหัศจรรย์ลงไปต่างหากล่ะที่เป็นสิ่งสำคัญ”
    – จาก The Wall Street Journal 25 พฤษภาคม 1993

    “ผมรู้สึกอย่างกับว่า โดนใครต่อยฮุคที่ท้อง แล้วลมก็ไหลออกจากตัวจนหมด ยังงั้นแหละ ผมเพิ่งจะ 30 แล้วก็ยังอยากที่จะมีโอกาสได้เริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อีก ผมรู้ดีว่ายังมีคอมพ์เจ๋ง ๆ ซ่อนอยู่ในตัวผมอีกเครื่องหนึ่ง แต่แอปเปิ้ล ก็ไม่ให้โอกาสผม ที่จะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา”
    – จากนิตยสาร Playboy เดือนกันยายน 1987

    “สตีฟ จ็อบส์ คนนี้เป็นคน ๆ เดียวที่ผมได้รู้จัก คนที่สูญเงินกว่าไปถึง หนึ่งในสี่ของพันล้านดอลลาร์ ในเวลาแค่ปีเดียว…มันเป็นเรื่องของการเรียนรู้จริง ๆ อย่าคิดว่าการก้าวพลาดนั้นคือความผิดพลาด ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จได้ โดยไม่เคยผ่านความล้มเหลวหรือความผิดพลาด มีแต่คนที่ไปสู่จุดหมายได้ด้วยการเคยพลาดและเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับมัน เพื่อให้ครั้งต่อไปเข้าที่เข้าทางกว่าเดิม เขามองความผิดพลาด เป็นเหมือนกับคำเตือน ให้ระวังมากกว่าที่จะมองว่ามันเป็นความบกพร่อง ถ้าไม่เคยเจอกับความล้มเหลวก็เท่ากับว่ายังใช้ชีวิตไม่เต็มที่นั่นแหละ”
    – จากหนังสือ Apple Confidential 2.0

    “เรื่องกลับกลายเป็นว่า การที่ผมออกจากแอปเปิ้ลเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้น ภาระอันหนักอึ้งที่ได้รับหลังจากประสบความสำเร็จ ถูกแทนที่ด้วยความโล่งสบายเบาหวิวกับการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง มันปลดปล่อยผมให้เป็นอิสระและกลับไปสู่ช่วงที่เต็มไปด้วยความคิดริเริ่มใหม่ ๆ อีกครั้ง”
    – สุนทรพจน์จากพิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด 20 มิถุนายน 2005

    “คุณจะขายน้ำใส่น้ำตาลแบบนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือ หรือจะเลือกโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ล่ะ”
    – คำพูดของ สตีฟ จ็อบส์ ต่อ จอห์น สกัลลีย์ ประธานบริษัท Pepsi เพื่อโน้มน้าวให้เขามานั่งตำแหน่งซีอีโอของแอปเปิ้ล จากหนังสือ Odyssey: Pepsi to Apple

    “มันจะได้รับการบันทึก ในหน้าประวัติศาสตร์ว่า นี่เป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมดนตรี และเป็นสัญลักษณ์ของวงการเพลงยุคใหม่ ผมไม่สามารถประเมินค่ามันไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว”
    – ความคิดเห็นเกี่ยวกับ iTunes Music Store จากนิตยสาร Fortune 12 พฤษภาคม 2003

    “iMac จะเป็นคอมพิวเตอร์ สำหรับปีต่อไปในราคา 1,299 เหรียญ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์เลหลังจากปีที่ผ่านมาในราคาแค่ 999 เหรียญ”
    – พูดแนะนำถึง iMac ที่เมืองคูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 1998

    “มันจะทำให้คุณตะลึงจนอ้าปากค้างแน่”
    – พูดถึงคอมพิวเตอร์ตัวแรกจาก NeXT จากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ วันที่ 8 พฤศจิกายน 1989

    “ผมเชื่อว่า มันจะเป็นความก้าวหน้าก้าวใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ วอลท์ ดิสนีย์ ได้สร้างสโนว์ไวท์ ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ 50 ปีที่แล้ว”
    – ความคิดเห็นต่อภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น Toy Story จากนิตยสาร Fortune วันที่ 18 กันยายน 1995

    “มันก็ยากนะ ที่จะคิดว่าบริษัทมูลค่าตั้งสองพันล้าน กับพนักงานอีกตั้ง 4,300 คนไม่สามารถต่อกร กับพนักงานหกคนที่นุ่งกางเกงยีนส์ธรรมดา ๆ มาทำงานได้”
    – พูดถึงแอปเปิ้ล หลังจากที่เขาได้ลาออกจากบริษัทและไปก่อตั้ง NeXT ขึ้น จากนิตยสาร Newsweek วันที่ 30 กันยายน 1985

    “ตามความคิดของผม มีบริษัทคอมพิวเตอร์ 2 แห่งที่มีซอฟท์แวร์เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ก็คือ Apple และ NeXT และผมก็ชักจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับ Apple ซะแล้วสิ”
    – จากนิตยสาร Fortune วันที่ 26 สิงหาคม 1991

    “ทำไมผมจะต้องรู้สึกว่า อยากจะบริหารดิสนีย์ด้วยล่ะ มันคงเมคเซ้นส์กว่านะ ถ้าผมจะขายพิกซาร์ให้ไป แล้วผมก็ปลดเกษียณตัวเองน่ะ”
    – จากนิตยสาร Fortune วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2004

    “เขาสองคน ก็เหมือนกับเด็กน้อย ที่หลงอยู่ในป่านั่นแหละ ผมคิดว่าผมช่วยเปลี่ยนพวกเขาทั้ง อัลวี่ และ เอ็ด ให้กลายเป็นนักธุรกิจได้น่ะ”
    – พูดถึง อัลวี่ และ เอ็ด ผู้ร่วมก่อตั้ง Pixar หลังจากที่จ็อบส์เล็งเห็นว่าทั้งสองสามารถไปได้ไกลกว่าการเป็นแค่นักทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิก จากนิตยสาร Time วันที่ 1 กันยายน 1986

    “ตามความคิดของผม Pixar มีโอกาสที่จะเป็น Disney เบอร์ต่อไปได้นะ ..ไม่ใช่ว่าแทนที่ แต่ผมหมายถึงเป็น Disney ลำดับต่อไปน่ะ”
    – จากนิตยสาร Business Week 23 พฤศจิกายน 1998

    +++ เกี่ยวกับชีวิตการทำงาน +++
    “การทำงานจะเป็น ส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ และหนทางเดียวที่จะมีความสุข ไปกับสิ่งที่ทำก็คือ การเชื่อมั่นว่าคุณได้ทำในสิ่งที่ยอดเยี่ยม และหนทางเดียวที่จะทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ก็คือการที่คุณรักงานที่คุณทำ หากคุณยังไม่เจอหนทางของตัวเอง จงพยายามค้นหาต่อไป อย่าได้หยุดยั้ง และเมื่อไรก็ตามที่คุณพบมัน คุณจะรู้ได้จากหัวใจของคุณเอง มันก็เหมือนกับเรื่องของมิตรภาพหรือความสัมพันธ์ดี ๆ ที่ยิ่งผ่านไปนานวันก็จะยิ่งรู้สึกว่ามันใช่ เพราะฉะนั้นจงค้นหาต่อไปอย่าได้หยุด จนกว่าจะเจอ”
    – งานสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดือนมิถุนายน 2005

    +++ แม้ถึงที่หมายแล้วก็อย่าได้หยุดเฉย +++
    “ผมคิดว่าเมื่อคุณได้ลงมือทำอะไรแล้วผลลัพธ์มันออกมาน่าพอใจ จงลงมือทำในสิ่งอื่นที่น่ามหัศจรรย์ต่อไป อย่าได้หยุดนั่งอยู่กับความสำเร็จนั้นนานนัก ลองมองหาว่าควรจะทำอะไรต่อไปก็เท่านั้นเอง”
    – จาก NBC Nightly News เดือนพฤษภาคม 2006

    +++ ความเชื่อมั่นในอนาคต +++
    “คุณไม่สามารถ ที่จะลากต่อจุดได้ด้วยการเอาแต่มองไปข้างหน้า แต่คุณจะเชื่อมแต่ละจุดเข้าด้วยกันได้ โดยการมองย้อนกลับไปต่างหาก ฉะนั้นคุณจึงต้องมีความเชื่อมั่นในจุดแต่ละจุดที่คุณกำลังสร้างขึ้นมา ว่าในที่สุด มันก็จะหาทางเชื่อมต่อกันได้เอง ในอนาคตอย่างแน่นอน คุณต้องมีศรัทธาที่แน่วแน่ในสิ่งที่คุณทำ เพราะความเชื่อที่เรามีจะต่อจุดแต่ละจุดเข้าหากันได้ในที่สุด ความเชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผมด้วย”
    – งานสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดือนมิถุนายน 2005

    +++ ความคิดเกี่ยวกับความตาย +++
    “ไม่มีใครอยากจะตายหรอกนะ ไม่มีใครอยากจากโลกนี้ไป แม้กระทั่งคนที่อยากขึ้นสวรรค์เอง ก็คงไม่อยากขึ้นสวรรค์ด้วยวิธีนี้เหมือนกัน แต่ไม่ว่าอย่างไร ‘ความตาย’ ก็คือจุดหมายปลายทางที่เราทุกคนมีร่วมกัน ไม่มีใครหลีกหนีมันได้พ้น ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นล่ะ เพราะความตายเปรียบเสมือนกับสิ่งประดิษฐ์หนึ่งสำหรับชีวิต เอาไว้ใช้เพื่อดึงพวกคนรุ่นเก่า ๆ ออกไปและเปิดทางให้รุ่นใหม่ได้เข้ามาแทนที่ และตอนนี้คนรุ่นใหม่เหล่านั้นก็คือพวกคุณ แต่ก็อีกไม่นานนักหรอกนะ ในที่สุดคุณก็จะแก่ลง และก็จะหายไปจากโลกนี้เช่นเดียวกัน ขอโทษทีนะที่ผมพูดตรงไปหน่อย แต่ยังไงซะสิ่งนี้ก็คือความจริงอยู่ดีนั่นล่ะ”
    – พิธีสำเร็จการศึกษา มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เดือนมิถุนายน 2005

    นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากวาทะทั้งหลายของเขา คำพูดซึ่งแฝงให้เห็นตัวตนที่เป็นนักคิด นักลงมือทำ อย่างไม่มีหยุดหย่อนของ สตีฟ จ็อบส์ เราหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจและแรงขับดันให้กับคุณ ๆ ทั้งหลาย ได้ลองคิด ลองฝัน และกล้าที่จะลงมือทำ อย่างที่ชายผู้นี้ได้ทำและได้พลิกโฉมโลกไอทีนี้มาแล้วทั้งใบ…. “สตีฟ จ็อบส์” …
    ที่มา กระปุกดอทคอม…

  2. +++ แนวคิดดีๆที่ได้จาก สตีฟ จอบส์ +++
    ผมเป็นบุคคลหนึ่ง ที่ชื่นชมและนับถือในแนวคิด และ ผลงาน ของ สตีฟ จอบส์ อดีต CEO Apple และนักคิด ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกตลอดการณ์ หลายคนที่ไม่เคยศึกษาประวัติ ของ สตีฟ จอบส์ คงคิดว่า ชีวิตของ สตีฟ จอบส์ นั้นราบรื่นและ ไม่มีปัญหาและอุปสรรคใดๆเลย แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นตรงกันข้าม ชีวิตของ สตีฟ จอบส์ มีเรื่องอะไรที่ต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา แต่ สตีฟ จอบส์ เอง ก็ไม่เคยคิดที่จะท้อแท้กับปัญหาดังกล่าวเลย แนวคิดในหลายๆเรื่องของสตีฟ จอบส์ น่าจะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ใครหลายๆคน เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ ไม่มากก็น้อย จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ที่อยากจะเผยแพร่ แนวคิดที่ดีๆ ของ สตีฟ จอบส์ ให้ทุกคนได้อ่าน และนำไปประยุกต์ใช้ ในยามจำเป็นต่อไป

    สตีฟ จอบส์ เคยกล่าวไว้ว่า ตอนยังเด็กได้เคยมีโอกาสได้ยินคำคมประโยคหนึ่ง ซึ่งในเวลาต่อมา สตีฟ จอบส์ ได้ยึดถือเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตจนถึงวาระสุดท้ายของเขา นั่นก็คือ “ ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ สักวันหนึ่งคุณจะพบว่า สิ่งที่คุณทำลงไปนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง “ สตีฟ จอบส์ ยังกล่าวต่ออีกว่า “ ผมมองหน้าตัวเองในกระจก และถามตัวเองอยู่เสมอว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ได้ ผมจะยังอยากทำในสิ่งที่ผมกำลังจะทำในวันนี้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือ “ไม่” ติดต่อกันหลายๆวัน ผมจะรู้ตัวทันที ว่าถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างแล้ว “

    นอกจากนี้ สตีฟ จอบส์ ยังได้มีโอกาส เรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่องของ “เซน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ สตีฟ จอบส์ ได้รู้จักการปล่อยวาง และการมองโลกด้วยสายตาที่มองเห็นถึง สรรพสิ่งในโลกอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ใช่แบบที่เราอยากให้มันเป็น เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า มนุษย์เราพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติ เพราะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่และเก่งกาจเหนือธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงแล้วธรรมชาติ ต่างหากที่อยู่เหนือเรา ไม่มีใครสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ถึงแม้จะชนะได้ในบางช่วงบางตอน แต่ก็เป็นแค่ชั่วคราว ไม่มีทางจีรังยั่งยืน ดังนั้นสิ่งที่เราในฐานะมนุษย์คนหนึ่งควรทำคือ พยายามอยู่กับธรรมชาติอย่างสันติ และกลมกลืนกับธรรมชาติให้ได้ ซึ่งความคิดดังกล่าว อาจไม่มีทั้งถูกและผิด เพราะขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน

    โดยในความเห็นส่วนตัวของผมก็ยังคงมีความเห็นว่า การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนนั้น น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า การจ้องจะชนะคะคาน ธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ถึงแม้ว่า มนุษย์ เองจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบเอาชนะก็ตาม แต่เมื่อใดก็ตามที่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ก็มักจะทำให้เราเกิด “ทุกข์” และยิ่งถ้าเรารู้ว่าการชนะ “ธรรมชาติ” เป็นเรื่องที่ยาก แล้วใยเราจึงต้องหา “ ทุกข์ “ ใส่ตัวเล่า นี่อาจเป็นความคิดเห็นของคนตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ไม่คิดมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลง ธรรมชาติ ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อพิสูจน์ว่ามนุษย์นั้นเหนือกว่าธรรมชาติได้ แต่กลับคิดที่จะเรียนรู้เพื่ออยู่กับธรรมชาติอย่างมีความสุขให้ได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

    แนวคิดบางส่วนข้างต้นถือเป็นแนวคิดเพียงเศษเสี้ยวหนึ่ง ที่ สตีฟ จอบส์ ยึดถือเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตเท่านั้น แนวคิด ในการใช้ชีวิต ของ สตีฟ จอบส์ ยังคงมีอีกมากมาย ซึ่งผมเองก็ไม่อาจที่สื่อสารให้ท่านได้ทราบถึงแนวคิดดีๆของ สตีฟ จอบส์ ได้ทั้งหมด และยังคงหวังว่าจะมีโอกาสมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับท่านอีก ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
    ที่มา บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย NANA

  3. +++ ประสบความสำเร็จ +++

    ### 9 คำพูดที่ดีที่สุด ที่คัดเลือกมานี้ จะช่วยให้คุณ ทำงานได้สำเร็จ ตามสไตล์ซีอีโอแสนล้าน ###

    1. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้ตาม”

    นวัตกรรมหรือวิธีการใหม่ เป็นสิ่งไร้ขีดจำกัด มีเพียงจินตนาการเท่านั้นที่มีขอบเขต ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเริ่มคิดนอกกรอบ ถ้าคุณทำงานในภาคธุรกิจที่กำลังเติบโต ต้องรู้จักคิดหาทางทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ และอยากจะทำธุรกรรมด้วย แต่ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจที่กำลังหดตัว ต้องรีบออกมาจากธุรกิจนั้นโดยเร็ว และเปลี่ยนแปลงก่อนที่คุณจะกลายเป็นคนตกยุค ตกงาน หรือธุรกิจล่มสลาย และต้องจำไว้เสมอว่า คุณจะผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้ ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวนี้

    2. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “จงเป็นคนที่มีคุณภาพสูง คนบางคนไม่เคยชินกับการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คาดหวังความเป็นเลิศ”

    ไม่มีหนทางลัดสู่ความเป็นเลิศ คุณจะต้องตั้งใจและให้ความสำคัญ ใช้ความสามารถ ทักษะ และพรสวรรค์ที่มี พยายามทำให้มากกว่าคนอื่น มีมาตรฐานสูงกว่า และใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้เกิดความแตกต่าง ความเป็นเลิศไม่ใช่เรื่องยาก แต่คุณต้องลงมือทำทันที แล้วคุณจะประหลาดใจในสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต

    3. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “วิธีเดียวที่จะทำงานให้ได้ผลดีเยี่ยม คือ คุณต้องรักในสิ่งที่ทำ ถ้าคุณยังไม่เจอสิ่งที่รักในตอนนี้ จงมองหาไปเรื่อยๆ อย่าด่วนสรุป เพราะมันเป็นเรื่องของหัวใจ คุณจะรู้ได้เอง เมื่อเจอสิ่งที่รัก”

    จงทำในสิ่งที่รัก มองหาอาชีพการงานที่ทำให้คุณมีจุดประสงค์ ทิศทาง และความพึงพอใจในชีวิต เมื่อคุณมีเป้าหมายและพยายามไปให้ถึง มันจะทำให้ชีวิตของคุณมีความหมาย ทิศทาง และความพอใจ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว แต่ยังจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญอุปสรรค

    4. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “คุณก็รู้ว่า อาหารส่วนใหญ่ที่เรากิน เราไม่ได้ผลิตด้วยตัวเราเอง เราสวมใส่เสื้อผ้าที่คนอื่นผลิต เราพูดภาษาที่คนอื่นพัฒนาขึ้น เราใช้คณิตศาสตร์ที่คนอื่นค่อยๆปรับปรุงมาเรื่อยๆ ผมหมายถึงว่า เราเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น คงเป็นความรู้สึกที่น่าปลาบปลื้มอย่างยิ่งที่เราสามารถสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ”

    จงใช้ชีวิตตามหลักศีลธรรม พยายามทำให้เกิดความแตกต่างบนโลกใบนี้และมีส่วนร่วมให้เกิดสิ่งที่ดีงามยิ่งขึ้น คุณจะพบว่า มันจะทำให้ชีวิตของคุณมีความหมายมากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นยาแก้ความเบื่อหน่ายที่ได้ผลดีอีกด้วย ลองมองไปรอบๆตัว แล้วคุณจะพบว่า มีสิ่งต่างๆให้คุณทำอยู่เสมอ และจงพูดคุยกับผู้อื่นถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ แต่อย่าพร่ำสอน หรือคิดว่าตัวเองถูกต้อง หรือหลงตัวเอง เพราะจะทำให้คนอื่นไม่อยากคุยด้วย ขณะเดียวกัน คุณต้องไม่กลัวที่จะทำตนเป็นตัวอย่าง และใช้โอกาสที่มี บอกเล่าถึงสิ่งที่คุณกำลังทำ

    5. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “มีคำพูดในพุทธศาสนาว่า จิตของผู้เริ่มต้น มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่งที่ทุกคนควรจะมีจิตของผู้เริ่มต้น” ซึ่งเขาอธิบายต่อไปว่า

    มันเป็นจิตที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง ซึ่งค่อยๆทำให้เราตระหนักถึงแก่นแท้ของสิ่งเหล่านั้น จิตของผู้เริ่มต้น ก็คือการนำหลักการของเซนมาปฏิบัติจริง เป็นจิตบริสุทธิ์ที่ปราศจากอคติ การคาดหวัง การตัดสิน ความลำเอียง ให้คิดว่า จิตของผู้เริ่มต้น เป็นเหมือนจิตของเด็กน้อย ซึ่งเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความประหลาดใจ

    6. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “เราคิดว่า โดยทั่วไปแล้ว คุณดูโทรทัศน์เพื่อพักสมอง และคุณใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อต้องการให้สมองทำงาน”

    ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีรายงานการศึกษาจำนวนมากที่ยืนยันหนักแน่นว่า การดูทีวีส่งผลเสียด้านจิตใจและมีอิทธิพลด้านศีลธรรม และคนที่ติดทีวีส่วนมาก แม้จะรู้ว่า มันทำให้ชินชาและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่ก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่หน้าจอสี่เหลี่ยม ดังนั้น จงปิดทีวีซะ เพื่อถนอมเซลล์สมอง แต่ต้องระวัง เพราะการใช้คอมพิวเตอร์ก็อาจเป็นการพักสมองได้เช่นกัน ลองเปลี่ยนมาเล่นเกมที่พัฒนาสติปัญญาดีกว่า

    7. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “ผมสูญเงินไป 250 ล้านดอลลาร์ภายใน 1 ปี มันทำให้ผมรู้จักตนเองดีขึ้น”

    อย่ามองว่า การทำผิดกับความผิดเป็นเรื่องเท่าเทียมกัน เพราะคนที่ประสบความสำเร็จ โดยไม่เคยล้มเหลวหรือทำผิดเลยนั้น ไม่มีหรอก มีแต่คนที่ประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาดและรู้จักเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อทำให้ถูกต้องในครั้งต่อไป พวกเขามองความผิดพลาดเป็นเครื่องเตือนสติ มากกว่าความสิ้นหวัง การไม่เคยทำผิดเลย แสดงว่า คนนั้นไม่เคยใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

    8. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “ในโลกนี้ไม่เคยมีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาด เราเกิดมาบนโลกใบนี้แล้วก็ได้ทำสิ่งผิดพลาดเช่นกัน ไม่งั้นแล้ว เราจะเกิดมาทำไม”

    คุณรู้หรือไม่ว่า มีเรื่องใหญ่ๆหลายเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จในชีวิต และรู้หรือไม่ว่า เรื่องสำคัญเหล่านั้นจะถูกฝุ่นจับ เมื่อคุณใช้เวลามัวแต่นั่งคิดมากกว่าลงมือทำ เราทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้กับชีวิตของเราเอง ของขวัญที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความสนใจ ความหลงใหล และความอยากรู้อยากเห็น ของขวัญชิ้นนี้ แท้จริงแล้ว มันคือเป้าหมายของเรานั่นเอง และคุณตั้งเป้าหมายของคุณได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน ครู พ่อแม่ นักบวช หรือเจ้าหน้าที่ ก็ไม่อาจเลือกเป้าหมายให้คุณได้ คุณต้องหาจุดมุ่งหมายด้วยตัวคุณเอง

    9. สตีฟ จอบส์ พูดว่า “เวลาของคุณมีจำกัด จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตตามแบบคนอื่น อย่าติดอยู่ในหลักความเชื่อ ซึ่งทำให้คุณใช้ชีวิตตามผลความคิดของผู้อื่น อย่ายอมให้เสียงความคิดของคนอื่น มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และทีสำคัญที่สุด คือ คุณต้องมีความกล้า ที่จะทำตามหัวใจปรารถนาและสัญชาติญาณ เพราะมันรู้ดีว่า จริงๆแล้ว คุณต้องการเป็นอะไร เรื่องอื่นๆกลายเป็นเรื่องรองไปโดยสิ้นเชิง”

    คุณเบื่อหรือเปล่าต่อการใช้ชีวิตตามความฝันของคนอื่น ไม่ต้องสงสัยเลย ก็มันเป็นชีวิตของคุณเอง คุณมีสิทธิใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการ โดยไม่ต้องมีใครมาคอยขัดขวาง ลองให้โอกาสตัวเองฝึกความคิดริเริ่มในบรรยากาศที่ปราศจากความกลัวและแรงกดดัน จงใช้ชีวิตตามแบบที่คุณเลือก และเป็นเจ้านายตัวเอง
    (จากหนังสือธรรมลีลา ฉบับที่ 118 กันยายน 2553 โดย บุญสิตา)

    ที่มา ” ‘วิถีแห่งเซน’ ของสตีฟ จอบส์ ซีอีโอแสนล้าน ค่าย Apple ยักษ์ใหญ่วงการคอมพิวเตอร์ ”
    ผู้จัดการออนไลน์, 3 กันยายน 2553

  4. +++ ข้อคิด คำคม จากสตีฟ จอบส์ +++

    Steve jobs คําคม ข้อคิดในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ

    1. “Stay Hungry, Stay Foolish” หรือ
    จงกระหาย และ ทำตัวโง่ให้ตลอดเวลา
    เพราะถ้าเมื่อไหร่เราอิ่ม และ เรารู้สึกว่าตัวเองฉลาด เราจะไม่มีทางพัฒนา

    2.“Innovation distinguishes between a leader and a follower.”
    นวัตกรรมแยกผู้นำกับผู้ตามออกจากกัน

    3.“If Apple becomes a place where computers are a commodity item, where the romance is gone, and where people forget that computers are the most incredible invention that man has ever invented, I’ll feel I have lost Apple. But if I’m a million miles away, and all those people still feel those things … then I will feel that my genes are still there.”
    ถ้า Apple เป็นที่ที่คอมพิวเตอร์กลายเป็นสิ่งที่ธรรมดา ความน่าตื่นตาหายไป และคนลืมไปว่า คอมพิวเตอร์ คือ สิ่งประดิษฐ์ที่มหัศจรรย์ที่สุดที่มนุษย์เคยรังสรรค์ขึ้นมา ผมคงรู้สึกว่าผมสูญเสีย Apple ไป แต่ถ้าผมอยู่ห่างออกไปแสนไกลแล้ว แต่คนยังรู้สึกแบบแบบนั้น (Apple ยังตื่นตาและรู้ว่าคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่ดีที่สุด) ผมคงรู้สึกว่าพันธุกรรมของผมยังคงอยู่ที่นั่น

    4.“Sometimes when you innovate, you make mistakes. It is best to admit them quickly, and get on with improving your other innovations.”
    ในบางครั้งเมื่อคุณสร้างนวัตกรรม คุณก็สร้างสิ่งที่ผิดพลาด สิ่งที่ดีที่สุดคือ คุณยอมรับความผิดพลาดนั้นอย่างรวดเร็ว และพัฒนามันในนวัตกรรมอื่นๆของคุณ

    5.“Be a yardstick of quality. Some people aren’t used to an environment where excellence is expected.”
    จงเป็นมาตราฐานของคุณภาพ เพราะคนบางคนไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ความสุดยอดเป็นที่ต้องการ

    6.“My job is to not be easy on people. My job is to make them better.”
    หน้าที่ของผมไม่ใช่การทำตัวดีกับผู้คน หน้าที่ของผมคือช่วยให้พวกเขาดีขึ้น

    7.“When you’re a carpenter making a beautiful chest of drawers, you’re not going to use a piece of plywood on the back, even though it faces the wall and nobody will ever see it. You’ll know it’s there, so you’re going to use a beautiful piece of wood on the back. For you to sleep well at night, the aesthetic, the quality, has to be carried all the way through.”
    เมื่อคุณเป็นช่างไม้ที่สร้างตู้ลิ้นชักที่สวยงาม คุณคงจะไม่ใช้แค่ไม้อัดที่ด้านหลัง ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ติดกับกำแพงและไม่มีใครจะเห็นมัน แต่คุณเองที่รู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น ดังนั้นจงใช้ชิ้นไม้ที่สวยในด้านหลังเช่นกัน เพื่อจะทำให้คุณหลับสบายตอนกลางคืน เพราะความสวยงามและคุณภาพจะต้องดำเนินตลอดไป

    8.“People think focus means saying yes to the thing you’ve got to focus on. But that’s not what it means at all. It means saying no to the hundred other good ideas that there are. You have to pick carefully.”
    คนส่วนใหญ่คิดว่าความตั้งใจหมายถึงการพูดว่า ใช่ ในสิ่งที่คุณสนใจ แต่มันไม่ใช่เลย มันหมายถึงการปฏิเสธไอเดียดีๆอื่นอีกหลายร้อยแบบที่มี คุณจะต้องเลือกทำอย่างระมัดระวัง

    9.“My position coming back to Apple was that our industry was in a coma. It reminded me of Detroit in the ’70s, when American cars were boats on wheels.”
    ตำแหน่งของผมตอนกลับมาที่ Apple คือตอนที่อุตสาหรกรรมคอมพิวเตอร์กำลังอยู่ในช่วงโคม่า ซึ่งนั่นทำให้ผมนึกถึง อุตสาหกรรมรถยนต์ปี ช่วงปี 1970 ที่รถอเมริกัน คือ เรือติดล้อ

    10.“Design is a funny word. Some people think design means how it looks. But of course, if you dig deeper, it’s really how it works. The design of the Mac wasn’t what it looked like, although that was part of it. Primarily, it was how it worked. To design something really well, you have to get it. You have to really grok what it’s all about.”
    การออกแบบ คือคำที่ตลกนะ คนบางคนคิดว่าการออกแบบหมายถึงว่า ภาพลักษณ์ที่เห็นด้วยตา แต่จริงๆแล้ว ถ้าคุณดูให้ลึกลงไป จริงๆ แล้วมันคือว่า มันทำงานอย่างไรมากกว่า การออกแบบ Mac จึงไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่ตาเห็น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่มันสำคัญตรงที่มันทำงานอย่างไร การออกแบบบางอย่างให้ดี คุณต้องเข้าใจมันก่อน คุณต้องเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งว่ามันคืออะไร

    11.“Simple can be harder than complex: You have to work hard to get your thinking clean to make it simple. But it’s worth it in the end because once you get there, you can move mountains.”
    ความง่ายจริงๆ แล้วยากกว่าความซับซ้อน เพราะคุณจะต้องทำงานหนักเพื่อให้คุณคิดว่าจะทำอย่างไรให้มันง่าย แต่สุดท้ายมันสุดแสนคุ้มค่าที่จะทำ เพราะคุณจะสามารถเคลื่อนภูเขาได้ง่ายดาย

    12.“Being the richest man in the cemetery doesn’t matter to me. Going to bed at night saying we’ve done something wonderful, that’s what matters to me.”
    การเป็นชายที่รวยที่สุดในสุสาน มันไม่ได้สำคัญอะไรกับผมเลย การได้พูดกับตัวเองก่อนนอนว่า เราได้ทำบางสิ่งที่สุดยอด นั่นต่างหากที่สำคัญสำหรับผม

    13.“Innovation has nothing to do with how many R&D dollars you have. When Apple came up with the Mac, IBM was spending at least 100 times more on R&D. It’s not about money. It’s about the people you have, how you’re led, and how much you get it.”
    นวัตกรรม ไม่ได้มีความเกี่ยวอะไรกับจำนวนเงินที่คุณลงทุนในการวิจัยและพัฒนาแม้แต่น้อย เพราะตอน Apple เปิดตัว Mac, IBM ใช้เงินมากกว่า 100 เท่าในการวิจัยและพัฒนา มันไม่เกี่ยวกับเงิน มันเกี่ยวกับคนที่คุณมี คุณนำทางพวกเขาอย่างไร และ คุณเข้าใจมันมากแค่ไหน

    14.“Innovation … comes from saying no to 1,000 things to make sure we don’t get on the wrong track or try to do too much. We’re always thinking about new markets we could enter, but it’s only by saying no that you can concentrate on the things that are really important.”
    นวัตกรรมมาจากการปฏิเสธให้กับ 1,000 อย่าง ที่ทำให้เราจะมั่นใจว่าเราไม่ไปในทางที่ผิดหรือลองทำมันมากจนเกินไป เรามักจะคิดเกี่ยวกับตลาดใหม่ที่เราจะเข้าไป แต่ถ้าเราแค่ปฎิเสธบางสิ่งที่ทำให้คุณสามารถตั้งใจกับสิ่งที่สำคัญก็พอแล้ว

    15.“Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do. If you haven’t found it yet, keep looking. Don’t settle. As with all matters of the heart, you’ll know when you find it. And, like any great relationship, it just gets better and better as the years roll on. So keep looking until you find it. Don’t settle.”
    งานของคุณคือการเติมเต็มในสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ และทางเดียวที่จะพอใจได้คือการทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ดี และทางเดียวที่จะทำงานที่ดีได้คือรักในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณหามันไม่เจอ ก็หามันต่อไป อย่าหยุด ทุกสิ่งที่สำคัญมันอยู่ในใจคุณ คุณจะรู้เองเมื่อใจมัน และ เหมือนกับเรื่องความสัมพันธ์ คุณจะทำมันดีขึ้นในทุกๆปี จงมองหามันจนกว่าจะเจอ อย่าหยุด

    16.“When I was 17, I read a quote that went something like: ‘If you live each day as if it was your last, someday you’ll most certainly be right.’ It made an impression on me, and since then, for the past 33 years, I have looked in the mirror every morning and asked myself: ‘If today were the last day of my life, would I want to do what I am about to do today?’ And whenever the answer has been ‘No’ for too many days in a row, I know I need to change something.”
    ตอนผมอายุ 17 ผมอ่านคำคมที่เกี่ยวกับว่า จงใช้ชีวิตในทุกวันให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วซักวันหนึ่งคุณจะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง นั่นทำให้ผมประทับใจและจดจำ ตั้งแต่วันนั้นผ่านมา 33 ปี ผมดูตัวเองในกระจกทุกเช้าแล้วถามตัวเอง ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของผม ผมอยากจะทำอะไรในวันนี้ที่ต้องทำหรือไม่ และ ถ้าในกระจกตอบว่าไม่หลายวันติดกัน ผมก็รุ้แล้วว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง

    17.“Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life. Don’t be trapped by dogma — which is living with the results of other people’s thinking. Don’t let the noise of others’ opinions drown out your own inner voice. And most important, have the courage to follow your heart and intuition. They somehow already know what you truly want to become. Everything else is secondary.”
    เวลาของคุณมีจำกัด อย่าเสียเวลาไปอยู่ในชีวิตของคนอื่น อย่าไปอยู่ในกฎ เพราะนั่นหมายถึงการใช้ชีวิตในผลลัพธ์ที่ผู้อื่นคิด อย่าให้เสียงของคนอื่นมาเอาชนะเสียงภายในตัวคุณ และสิ่งที่สำคัญที่สุด จงมีความกล้าพอที่จะตามสัญชาติญาณและใจของคุณ เพราะมันรู้อยู่แล้วว่าคุณจริงๆแล้วต้องการจะเป็นอะไร สิ่งอื่นๆคือสิ่งที่รองลงไป

    18.“I get asked a lot why Apple’s customers are so loyal. It’s not because they belong to the Church of Mac! That’s ridiculous. It’s because when you buy our products, and three months later you get stuck on something, you quickly figure out [how to get past it]. And you think, ‘Wow, someone over there at Apple actually thought of this!’”
    ผมถูกถามเสมอว่าทำไมลูกค้า Apple ถึงได้จงรักภักดีขนาดนี้ ผมว่ามันไม่ใช่เพราะเค้าเป็นสมาชิกอยู่ในโบสถ์ของ Mac นะนั่นมันไร้สาระ มันเป็นเพราะเขาซื้อสินค้า แล้วสามเดือนหลังจากนั้นเขาเจอปัญหาอะไรบางอย่าง แล้วเขาแก้มันได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวเอง แล้วเขาก็รู้สึกว่า ว๊าวบางคนใน Apple คิดถึงเรื่องนี้ด้วย

    19.“Remembering that I’ll be dead soon is the most important tool I’ve ever encountered to help me make the big choices in life. Because almost everything — all external expectations, all pride, all fear of embarrassment or failure — these things just fall away in the face of death, leaving only what is truly important. Remembering that you are going to die is the best way I know to avoid the trap of thinking you have something to lose. You are already naked. There is no reason not to follow your heart.”
    การได้ระลึกเสมอว่าผมจะตายในเร็ววันนี้คือเครื่องมือที่สำคัญที่สุดที่ผมเคยพบเจอซึ่งมันช่วยผมในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะเกือบทุกอย่าง รวมถึงความคาดหวังจากภายนอก ความภูมิใจ ความกลัวในความน่าอาย หรือ ล้มเหลว พวกนั้นมันหายไปทันทีเมื่อคุณเผชิญหน้ากับความตาย และมันจะหลงเหลือแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ การระลึกได้ว่าคุณกำลังจะตาย จึงเป็นทางที่ดีที่สุดให้ผมรู้ว่าจะหลีกเลี่ยงกับดักทางความคิดที่คุณมีเรื่องคุณมีอะไรจะเสีย จริงๆแล้วคุณกำลังเปลือย มันไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้คุณไม่ทำตามใจของคุณ

  5. กำลังใจ
    เพจนี้เพื่อความหวังและกำลังใจ เติมกำลังใจชีวิต เพื่อดำเนินชีวิตต่อไป
    Job.MateThai.Com ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ ท่านนะครับ
    ใครที่กำลังท้อแท้ หรือมีเรื่องไม่สบายใจ ขอให้เข้ามาที่หน้าเพจนี้นะครับ ^^

    ฟ้าหลังฝน มักจะงดงามเสมอ และโลกนี้ช่างสวยงาม
    เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูบานใหม่ก็จะเปิดขึ้นมา

    ความผิดพลาด ไม่ใช่จุดจบของโลก แต่เป็นบทเรียนที่ดี
    ของปัจจุบันและอนาคตต่างหาก ไม่มีใคร ไม่เคยพลาดหรอกครับ ^^

    http://www.job.matethai.com/hope/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88/

Leave a Reply